จะทำอย่างไร เมื่อหุ้นกู้ที่ลงทุนผิดนัดชำระ
ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นกู้ คือความเสี่ยงถาวรที่นักลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้หนีไม่พ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้ทั่วไปที่ออกโดยบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ หรือ หุ้นกู้ Crowdfunding ที่ออกโดยบริษัทจำกัดขนาดเล็ก เมื่อผู้ออกหุ้นกู้ไม่สามารถชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยได้ตามวันเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม นักลงทุนในฐานะเจ้าหนี้มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้นและดอกเบี้ยบางส่วนหรือทั้งหมด เมื่อการผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นกุ้เป็นความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นักลงทุนควรรู้ว่าจะต้องปฎิบัติอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์หุ้นกู้ผิดนัดชำระ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า หุ้นกู้ Default
บทความนี้จะอธิบายข้อปฎิบัติ หน้าที่ รวมถึงสิทธิต่างๆที่นักลงทุนต้องตระหนักในฐานะเจ้าหนี้เพื่อจัดการและบริหารผลกระทบจากการผิดนัดชำระใด้อย่างมีประสิทภาพ
วิธีปฏิบัติเมื่อหุ้นกู้ที่ลงทุนผิดนัดชำระ
1. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นกู้ที่ลงทุน
รวบรวมเอกสารและทบทวนรายละเอียดข้อมูลการลงทุน เงื่อนไข และ เข้าใจลำดับสิทธิ์ในการชำระคืนหุ้นกู้ของหุ้นกู้ที่ได้ลงทุนไป
ลำดับสิทธิการชำระหนี้ตามกฎหมายเงินที่ได้จากกระบวนการบังคับคดีจะถูกจัดสรรตามลำดับสิทธิของผู้ถือหุ้นกู้และเจ้าหนี้ประเภทต่างๆ เช่น
-
หุ้นกู้มีหลักประกัน คือ หุ้นกู้ที่มีหลักประกันทางธุรกิจเพื่อรองรับมูลค่าหุ้นกู้ที่ออก โดยผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้จะมีสิทธิเรียกร้องชำระหนี้โดยบังคับนำสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันมาชำระหุ้นกู้เหนือเจ้าหนี้รายอื่น
-
หุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ คือ หุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกันในการชำระหนี้คืน โดยผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้จะมีสิทธิเรียกร้องชำระหนี้เท่ากับเจ้าหนี้สามัญทั่วไป
ปัจจุบัน หุ้นกู้ Crowdfunding เป็นหุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกัน เจ้าหนี้ที่มีหลักประกัน เช่น ธนาคาร หรือเจ้าหนี้รายอื่นๆ ที่มีการค้ำประกัน จะได้รับเงินคืนก่อน หากมีทรัพย์สินเหลือหลังจากชำระหนี้ให้เจ้าหนี้เหล่านั้น นักลงทุนในหุ้นกู้ Crowdfunding จึงจะได้รับเงินคืน ซึ่งอาจไม่ครบตามจำนวนที่ลงทุน หรืออาจต้องใช้เวลานานกว่าจะได้เงินคืน หรือในบางกรณีอาจไม่ได้รับเลย
-
หุ้นกู้ไม่มีประกันและด้อยสิทธิ คือ หุ้นกู้ที่ไม่ได้กำหนดให้มีหลักประกันในการชำระหนี้คืนและผู้ถือมีสิทธิเรียกร้องชำระหนี้ในอันดับหลังจากเจ้าหนี้สามัญ แต่จะมีสิทธิ์สูงกว่าผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์และหุ้นสามัญในการเรียกร้องสินทรัพย์จากผู้ออกหุ้นกู้
-
หุ้นบุริมสิทธิ์ คือ หุ้นที่ให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการรับชำระหนี้และเรียกร้องทรัพย์สินก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ
-
หุ้นสามัญ คือ หุ้นธรรมดาที่บ่งบอกความเป็นเจ้าของร่วมในกิจการ ผู้ถือหุ้นสามัญมีสิทธิได้รับชำระหนี้เป็นลำดับสุดท้าย
ลำดับสิทธิ์ในการชำระคืนหุ้นกู้
2. ติดตามข่าวสาร
ติดตามข่าวสารโดยตรงจากบริษัท สำนักงาน ก.ล.ต.และ ThaiBMA โดยตรงอย่างใกล้ชิด
นักลงทุนสามารถอ่านข่าวเกี่ยวกับหุ้นกู้ทั่วไปได้ที่หน้า News ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ ThaiBMA
สำหรับหุ้นกู้ Crowdfunding ที่มีการผิดนัดชำระ นักลงทุนสามารถดูรายละเอียดได้ที่ "รายงานตามมาตรา 57 สำหรับบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์คราวด์ฟันดิง" ที่เว็บไซด์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
3. ติดต่อผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เปรียบเสมือน "องครักษ์" ที่คอยปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ เป็นตัวแทนในการเจรจาต่อรอง หรือดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทผู้ออกหุ้นกู้เพื่อให้ผู้ถือหุ้นกู้ได้รับความเป็นธรรม หน้าที่หลักของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีได้แก่ เป็นช่องทางการสื่อสารโดยตรงระหว่างบริษัทและผู้ถือหุ้นกู้ ติดตามผลการดำเนินงาน เจรจาเมื่อเกิดปัญหา และดำเนินการทางกฎหมาย เช่น ฟ้องร้อง หรือ บังคับหลักประกัน การมีผู้แทนฯ จะช่วยลดภาระ เพิ่มอำนาจต่อรอง และปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นกู้
ตามสรุปหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. การที่จะเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ต้อง
-
เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือ Funding Portal
-
มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 25 ล้านบาท และ
-
มีกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
ข้อควรรู้เกี่ยวกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ Crowdfunding
ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองนักลงทุนโดยทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์และเป็นตัวแทนเจรจากับบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ แต่สำหรับหุ้นกู้ Crowdfunding ภาพอาจแตกต่างออกไปเล็กน้อย
ด้วยความที่หุ้นกู้ Crowdfunding ออกโดยบริษัท SME ซึ่งมีขนาดธุรกิจและมูลค่าการระดมทุนขนาดเล็ก การแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. จึงเป็นความท้าทายทางด้านภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้ออกหุ้นกู้ต้องรับผิดชอบ ทางสถาบันการเงินที่ให้บริการเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ก็ไม่สนใจในการรับงานเพราะขนาดการระดมทุนที่มีขนาดเล็ก ไม่คุ้มในเชิงธุรกิจ
ทำไม Funding Portal ไม่เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เอง?
ปัจจุบัน อินเวสทรี (ไทยแลนด์) ทำหน้าที่คล้ายผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้อยู่แล้ว โดยอินเวสทรี (ไทยแลนด์) จัดการประชุมระหว่างผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้เมื่อเกิดเหตุผิดนัดชำระหนี้ ติดตามผลการดำเนินงาน เจรจาเมื่อเกิดปัญหา และดำเนินการทางกฎหมาย เช่น ฟ้องร้อง เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นกู้
นอกจากนี้ หลังจากที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2024 อนุญาตให้ Funding Portal สามารถยื่นขอเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้ อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จึงอยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อให้บริษัทฯ มีโอกาสออกหุ้นกู้ที่มีหลักประกันได้ และหากได้ข่าวดีเมื่อไหร่ จะรีบแจ้งให้นักลงทุนทราบ
4. เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นกู้
การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นกู้เป็นโอกาสในการสื่อสารโดยตรงกับบริษัทและผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งนักลงทุนจะได้รับข้อมูลเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเงินล่าสุดของบริษัท ผลประกอบการ แผนธุรกิจ รวมถึงสาเหตุของการผิดนัดชำระหนี้ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้อย่างครอบคลุมเพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด
ในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ นักลงทุนจะมีโอกาสแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะต่างๆ รวมถึงการกำหนดทิศทางหรือตัดสินใจในประเด็นสำคัญๆ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การบังคับหลักประกัน (ถ้ามี) หรือการฟ้องร้อง ซึ่งล้วนเป็นกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยง และรักษาผลประโยชน์ของนักลงทุน
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในกรณีที่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้
-
สำหรับหุ้นกู้ทั่วไปที่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีอำนาจและดุลยพินิจในการตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ เช่น การบังคับชำระหนี้หรือการฟ้องร้องบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ล่วงหน้า
-
สำหรับหุ้นกู้ Crowdfunding อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จะปฏิบัติตามมติการประชุมผู้ถือหุ้นกู้เท่านั้น การฟ้องร้องทางกฎหมายจะดำเนินได้เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้มีมติเห็นชอบโดยเสียงข้างมากให้ดำเนินคดี
5. ดำเนินการตามสิทธิผู้ถือหุ้นกู้
เมื่อหุ้นกู้ผิดนัดชำระ ผู้ถือหุ้นกู้มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว มักจะเริ่มจากการเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบจากการผิดนัดชำระให้น้อยที่สุดก่อนที่จะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย
กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ อาจรวมถึง
-
การขยายระยะเวลาชำระหนี้ เช่น ขยายเวลาการชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยออกไป
-
การเพิ่ม/ลดอัตราดอกเบี้ย เช่น เพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับการสูญเสียโอกาสของนักลงทุนในการลงทุน หรือ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงให้เหมาะกับความสามารถในการชำระคืนของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้
-
การแปลงหนี้เป็นทุน เช่น แปลงหนี้เป็นหุ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นกู้กลายเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท
-
การเพิ่มเติมเงื่อนไขบางอย่างเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไข หรือข้อตกลงที่เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ เช่น การเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงหลักประกัน
แม้ว่าจะมีการดำเนินการตามสิทธิอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า นักลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมด ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ และความสำเร็จของกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ กระบวนการแก้ไขปัญหาอาจใช้เวลานานและมีความซับซ้อน
สุดท้ายนี้ แม้ว่านักลงทุนจะไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหุ้นกู้ได้ แต่นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงได้ในระดับนึงโดย
-
ศึกษาข้อมูลเชิงลึกและประเมินความเสี่ยง
ทำความเข้าใจหุ้นกู้พร้อมกับศึกษาข้อมูลของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้อย่างละเอียด พิจารณาความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ เช่นหากลงทุนในหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงก็จะตามมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วย (High Risk High Return)
-
ทำความเข้าใจเครดิตเรทติ้ง
ทำความเข้าใจเครดิตเรทติ้ง (Credit Rating) ไม่ว่าจะเป็นของผู้ออกหุ้นกู้ หรือหุ้นกู้เอง พร้อมตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเพื่อสะท้อนถึงปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ผลการดำเนินงานของบริษัท แนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจกระทบต่อความสามารถในการดำเนินกิจการของบริษัท
-
กระจายความเสี่ยง
นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงด้วยการแบ่งการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไปเช่น การลงทุนในหุ้นกู้จากหลายอุตสาหกรรม หรือการลงทุนในสินทรัพย์อื่นควบคู่กัน เช่น หุ้น กองทุนรวม หรือ พันธบัตรรัฐบาล เพื่อลดความสูญเสียของพอร์ตลงทุน
-
ลงทุนผ่าน Platform ที่เชื่อถือได้
นักลงทุนควรมองหา Platform ที่เชื่อถือได้ เพื่อการลงทุนที่โปร่งใสและปลอดภัย โดยนักลงทุนควรเลือก Platform ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
อินเวสทรี (ไทยแลนด์) เป็น Funding Portal ที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ขอออกหุ้นกู้ Crowdfunding กับนักลงทุน มีหน้าที่ในการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือทางการเงินของผู้ออกหุ้นกู้ บริหารจัดการการออกหุ้นกู้ รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกในการชำระคืนค่าหุ้นกู้แก่นักลงทุน
หุ้นกู้ Crowdfunding ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนที่สนใจควรทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงนี้และควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่